ส่อง 10 สุดยอดเฮลิคอปเตอร์จู่โจม Best Attack Helicopters in The World

เรื่องที่น่าสนใจล่าสุด

เฮลิคอปเตอร์นับเป็นอากาศยานขึ้น-ลง ทางดิ่งที่มีประสิทธิภาพ สมรรถนะทางการบินที่มีความยืดหยุ่นสูงกว่าอากาศยานแบบอื่น แม้จะบินได้ไม่เร็วเท่าเครื่องบินปีกตรึง แต่อากาศยานปีกหมุนอย่างเฮลิคอปเตอร์ สามารถลงจอดบนพื้นที่จำกัด โดยไม่ต้องใช้ทางวิ่ง หรือลงจอดและบินขึ้นในพื้นที่คับแคบ จากคุณลักษณะดังกล่าว ทำให้เฮลิคอปเตอร์ถูกนำมาใช้ในการขนส่งทางอากาศทั้งทหารและพลเรือน เฮลิคอปเตอร์ยังเป็นอากาศยานที่มีความโดดเด่นสำหรับงานกู้ภัยในพื้นที่ที่ยากต่อการเข้าถึง รวมไปถึงการเป็นอากาศยานที่ถูกใช้งานในกองทัพทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นบก เรือ อากาศ นับตั้งแต่การปรากฏตัวครั้งแรกในสงครามโลกครั้งที่สอง ผ่านสงครามใหญ่อย่างเกาหลีและเวียดนาม และอีกหลายสมรภูมิที่กลายเป็นความขัดแย้งของมนุษย์ในปัจจุบัน เฮลิคอปเตอร์ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการปฏิบัติภารกิจต่างๆ ทางการทหารโดยเฉพาะการบินเข้าโจมตีอย่างรวดเร็วและรุนแรง

สำหรับเฮลิคอปเตอร์โจมตี เป็นอากาศยานทางทหารที่มีการติดอาวุธรอบตัว มีความสามารถทางการบินสูงกว่าเฮลิคอปเตอร์ของพลเรือน เช่น การรุกรบเข้าโจมตีเป้าหมายภาคพื้นดินหรือในทะเล บินเข้าโจมตีทหารราบ หรือยานพาหนะทางทหาร บังเกอร์หรือที่มั่นของฝ่ายตรงข้าม รวมไปถึงภารกิจปราบเรือผิวน้ำและเรือดำน้ำ เนื่องจากความสามารถในการบรรทุกอาวุธยุทโธปกรณ์ และภารกิจบินคุ้มกันกองกำลังทางภาคพื้นดิน เฮลิคอปเตอร์จู่โจมทางทหารจึงมักถูกเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า Helicopter Gunships

เฮลิคอปเตอร์โจมตียุคใหม่ในปัจจุบัน สามารถติดตั้งอาวุธหนักต่างๆ เช่น ปืนใหญ่อากาศต่อต้านยานยนต์หุ้มเกราะ จรวดปราบรถถังหรือยานรบหุ้มเกราะ สามารถติดตั้งขีปนาวุธต่อต้านรถถังที่ทันสมัย เช่น AGM-114 Hellfire เฮลิคอปเตอร์โจมตีบางรุ่น ยังบรรทุกขีปนาวุธอากาศสู่อากาศเพื่อต่อต้านอากาศยานโจมตีทางทหารที่บินได้เร็วกว่า

เฮลิคอปเตอร์โจมตีสมัยใหม่ มีบทบาทหลัก 2 ประการคือ
1-ให้การสนับสนุนทางอากาศระยะใกล้โดยตรง และต้องการความแม่นยำสูง สำหรับการสนับสนุนกองกำลังภาคพื้นดินขณะเข้าโจมตี

2- บทบาทสำคัญในการต่อต้านรถถังหรือยานเกราะของฝ่ายตรงกันข้าม เฮลิคอปเตอร์โจมตี ยังใช้เป็นอากาศยานคุ้มกันเฮลิคอปเตอร์ขนส่ง หรือใช้ในภารกิจบินลาดตระเวนติดอาวุธ หรือเข้าต่อตีเรือรบผิวน้ำและเรือดำน้ำด้วยความรวดเร็วและแม่นยำ

การวิเคราะห์และจัดเรียงลำดับเฮลิคอปเตอร์โจมตีทางทหาร 10 รุ่น รวบรวมจากประสิทธิภาพทางการบิน อำนาจการยิง การป้องกันตัว เฮลิคอปเตอร์โจมตีทั้งหมดที่กล่าวถึงนี้ มีประสิทธิภาพและอำนาจในการทำลายล้างอย่างไม่น่าเชื่อ การฝึกนักบินที่จะขึ้นบินกับเฮลิคอปเตอร์โจมตียุคใหม่ ก็มีความสำคัญเช่นกัน เนื่องจากประสิทธิภาพที่แท้จริงของเฮลิคอปเตอร์โจมตีมักจะขึ้นอยู่กับความสามารถของนักบินผู้ควบคุมเป็นหลัก

1 Boeing AH-64E Apache Guardian (USA)

AH-64E (AH-64D Block III) เป็นอากาศยานขึ้น-ลงทางดิ่งของทหารนาวิกโยธินเป็นรุ่นอัปเกรดของ AH-64A ซึ่งได้รับการพัฒนาสำหรับใช้งานในกองทัพสหรัฐฯ เพื่อแทนที่ AH-1 Cobra ที่เข้าประจำการมานาน Boeing AH-64E Apache Guardian กลายเป็นเฮลิคอปเตอร์โจมตีที่มีศักยภาพสูง จากภารกิจบินโจมตีในสงครามหลายครั้งที่ผ่านมา
เครื่องยนต์ 2 x General Electric T700-GE-701D turboshafts กำลัง 2,400 แรงม้า ความเร็วสูงสุด 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พิสัยบิน 476 กิโลเมตร อาวุธหลัก 1 x 30 mm cannon (1 200 rounds)
Missiles 16 x AGM-114L Hellfire-2 anti-tank missiles, 4 x AIM-92 Stinger, or 4 x Mistral, or 2 x AIM-9 Sidewinder air-to-air missiles, 2 x AGM-122 Sidearm anti-radiation missiles Other 19-shot pods with Hydra 70 unguided rockets

 

Apache Guardian ติดตั้งระบบเดินอากาศที่มีความทันสมัย พร้อมเรดาร์ควบคุมการยิง Longbow ที่มีการอัปเดตโปรแกรมการทำงานใหม่ เฮลิคอปเตอร์โจมตีรุ่นนี้สามารถยิงขีปนาวุธต่อต้านรถถัง Hellfire 2 ในโหมด fire-and-forget การปรับปรุงประสิทธิภาพในส่วนอื่น ได้แก่ ระบบกำหนดเป้าหมายแบบใหม่ ระบบจัดการการรบ ห้องนักบินหุ้มเกราะแบบใหม่ที่มีน้ำหนักเบา ระบบสื่อสารแบบใหม่ ระบบนำทางเวอร์ชั่นล่าสุดที่ใช้ปฏิบัติงานได้ในทุกสภาพอากาศ รวมถึงอาวุธที่สามารถโหลดขึ้นไปปฏิบัติภารกิจได้มากกว่าเดิม นอกจากนี้ AH-64E Apache ยังติดตั้งปืนใหญ่อากาศขนาด 30 มม. เพื่อใช้จัดการกับยานเกราะหรือยานพาหนะของฝ่ายตรงข้าม AH-64E Apache Guardian เริ่มให้กองทัพสหรัฐฯ ในปี 2554 ปัจจุบันเฮลิคอปเตอร์ AH-64D ทั้งหมด 634 ลำ จะได้รับการอัปเกรดเป็น AH-64E โดยสหรัฐอเมริกาได้อนุมัติให้มีการส่งออก หรือขายให้กับกองทัพซาอุดีอาระเบีย ไต้หวัน อินเดีย อินโดนีเซีย อิรักและเกาหลีใต้

2 Bell AH-1Z Viper (USA)
AH-1Z Viper gunship พัฒนามาจากเฮลิคอปเตอร์ AH-1W Super Cobra เฮลิคอปเตอร์ลำนี้ ถูกส่งให้กับหน่วยนาวิกโยธินของกองทัพสหรัฐฯ โดยมีการปรับปรุง ฮ. โจมตีรุ่น Vipers ทั้งหมด 189 ลำ ส่วนใหญ่จะได้รับการอัปเกรดจาก AH-1W airframes สำหรับ Bell AH-1Z Viper เปิดตัวในปี 2010 และเริ่มการผลิตเต็มอัตราในปี 2012
เครื่องยนต์ 2 × General Electric T700-GE-401C turboshaft กำลัง 1,800 แรงม้า ความเร็วสูงสุด 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พิสัยบิน 690 กิโลเมตร

AH-1Z Viper ติดตั้งเครื่องยนต์ใหม่ โรเตอร์แบบใหม่ที่ทำงานได้ดีขึ้น ระบบส่งกำลังที่ได้รับการอัปเกรดให้มีพลังงานมากกว่าเดิม พร้อมระบบเอวิโอนิกส์ (ระบบเดินอากาศ) และระบบเล็งเป้าหมายแบบใหม่ AH-1Z Viper ที่ได้รับการอัปเกรด ยังมีการปรับปรุงประสิทธิภาพทางการบินโจมตี รวมไปถึงอุปกรณ์ต่อต้านการตรวจจับด้วยอินฟราเรด ซึ่งครอบคลุมระบบท่อไอเสียแบบใหม่

Viper มีปืนใหญ่สามกระบอก ขนาด 20 มม. สามารถบรรทุกขีปนาวุธต่อต้านรถถัง Hellfire ได้มากถึง 16 ลูก นอกจากนี้ ยังสามารถบรรทุกพ็อดที่มีจรวดต่อต้านอากาศยานรบ ด้วยการติดตั้งขีปนาวุธอากาศสู่อากาศแบบ Sidewinder ถึงสองนัด เพื่อโจมตีอากาศยานขับไล่ที่มีความเร็วสูง!

3 Kamov Ka-52 Hokum-B (Russia)
Ka-52 เป็นการพัฒนาเพิ่มเติมสำหรับเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพหมีขาว เป็นเฮลิคอปเตอร์โจมตีรุ่นสองที่นั่ง ที่แผนแบบมาจาก Ka-50 Hokum เฮลิคอปเตอร์โจมตีรุ่นนี้ เข้าประจำการกับกองทัพรัสเซียในปี 2551 เครื่องยนต์ 2 x TV3-117VMA turboshafts กำลัง 4,400 แรงม้า ความเร็วสูงสุด 310 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พิสัยบิน 520 กิโลเมตร

Ka-52 เป็นหนึ่งในเฮลิคอปเตอร์โจมตีที่บินเร็วและมีความคล่องแคล่วว่องไวมากที่สุดเนื่องจากมีโรเตอร์หลักสองชุดที่ทำให้สามารถเร่งความเร็วได้อย่างไม่น่าเชื่อ เกราะของ Kamov Ka-52 Hokum-B ที่หุ้มห้องนักบินและเครื่องยนต์ มีความทนทานต่อการโจมตีจากกระสุนขนาด 23 มม. เก้าอี้นักบินสามารถดีดตัวออกมาจากเครื่องได้ หากเกิดความผิดพลาด หรือโดนอาวุธจนไม่สามารถบินต่อไปได้

Kamov Ka-52 Hokum-B ติดตั้งปืนใหญ่อากาศขนาด 30 มม. รวมถึงขีปนาวุธต่อต้านรถถัง Vikhr ซึ่งโหลดได้สูงสุด มากถึง 12 ลูก นอกจากนี้ยังสามารถบรรทุกจรวดไร้คนขับและขีปนาวุธอากาศสู่อากาศ Igla-V เพื่อต่อตีอากาศยานรบแบบเหนือเสียงของฝ่ายตรงกันข้าม

Ka-52 ติดตั้งระบบการจัดการสนามรบแบบใหม่ล่าสุด ระบบนี้ มีความสามารถในการแลกเปลี่ยนข้อมูล เชื่อมต่อสื่อสารกับเฮลิคอปเตอร์ลำอื่นในฝูงบิน รวมถึงแหล่งข้อมูลจากภายนอก Kamov Ka-52 Hokum-B มักถูกใช้งานในการบินลาดตระเวนทางอากาศ โจมตียานเกราะหรือกลุ่มทหารราบของฝ่ายตรงกันข้าม รวมไปถึงภารกิจตรวจจับและชี้เป้าหมายส่วนหน้า เพื่อประสานการโจมตีกับเครื่องบินขับไล่ของฝ่ายเดียวกัน

4 Mil Mi-28 Havoc (Russia)
Mi-28 ได้รับการพัฒนามาตั้งแต่ปลายทศวรรษ 1970 จนถึงทุกวันนี้ เฮลิคอปเตอร์ Mil Mi-28 Havoc ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง โดยเข้าประจำการกับกองทัพรัสเซียในปี 2549 ปัจจุบัน รัสเซียใช้งานเฮลิคอปเตอร์ Mil Mi-28 Havoc เพียงเล็กน้อย แหล่งข่าวทางการทหารบางสำนักรายงานว่า มีการขาย Mil Mi-28 Havoc ให้กับกองทัพอากาศเคนยาอีกด้วย เครื่องยนต์ 2 x Klimov TV3-117VMA turboshaft engines กำลัง 2,200 แรงม้า ความเร็วสูงสุด 320 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พิสัยบิน 1,100 กิโลเมตร (ถังเชื้อเพลิงสำรอง)

Mil Mi-28 Havoc เป็นเฮลิคอปเตอร์โจมตีที่มีศักยภาพในการเอาตัวรอดสูง ห้องนักบินหุ้มเกราะอย่างหนาเพื่อปกป้องนักบินจากอาวุธต่างๆขณะบินเข้าทำการโจมตี Mil Mi-28 Havoc นับเป็นหนึ่งในเฮลิคอปเตอร์โจมตีที่ถูกหุ้มเกราะมากที่สุดในปัจจุบัน รวมถึงการติดตั้งระบบหลบหนีฉุกเฉิน emergency escape system สำหรับนักบินและเจ้าหน้าที่ควบคุมอาวุธ โดยทั่วไปแล้ว Mi-28 ติดตั้งขีปนาวุธต่อต้านยานเกราะ Ataka 8 ลูก พร้อมกับจรวดโจมตีบังเกอร์แบบอากาศสู่พื้น รวมถึงการติดตั้งปืนใหญ่อากาศขนาด 30 มม.

เมื่อเปรียบเทียบกับ Mi-24 Hind รุ่นก่อนหน้า ฮ. Mil Mi-28 Havoc มีการปรับปรุงประสิทธิภาพทางการบิน ให้มีความเหมาะสมกับบทบาทเฮลิคอปเตอร์ต่อต้านยานรบหุ้มเกราะ อย่างไรก็ตาม Mi-28 ถูกออกแบบให้มีพื้นที่โดยสารขนาดเล็ก ในกรณีฉุกเฉิน มันสามารถบรรทุกผู้โดยสารได้สามคน คุณลักษณะเด่นในจุดนี้ เพิ่มขีดความสามารถในการเข้าช่วยเหลือลูกเรือของเฮลิคอปเตอร์โจมตีฝ่ายเดียวกันซึ่งถูกยิงตกให้ออกจากพื้นที่การรบได้อย่างรวดเร็ว

5 Eurocopter Tiger (France/Germany)
Eurocopter Tiger ได้รับการพัฒนาร่วมกันโดยกองทัพอากาศฝรั่งเศสและเยอรมนี เป็นเฮลิคอปเตอร์โจมตีขนาดกลาง เริ่มต้นเข้าประจำการในปี 2545 โดยมีการส่งมอบให้กับกองทัพของออสเตรเลียและสเปน Eurocopter Tiger ยังบินปฏิบัติภารกิจโจมตีและต่อต้านการก่อการร้ายในอัฟกานิสถาน ลิเบียและประเทศมาลี เครื่องยนต์ 2 × MTR MTR390 turboshaft กำลังสูงสุด 2,606 แรงม้า ความเร็วสูงสุด 315 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พิสัยบิน 800 กิโลเมตร

เฮลิคอปเตอร์ Eurocopter Tiger ควบรวมเทคโนโลยีล่องหน หรือ stealth technology ทำให้ยากต่อการตรวจจับจากเรดาร์ของฝ่ายตรงข้าม รวมทั้งคุณสมบัติขั้นสูงอื่นๆ เพื่อเพิ่มความสามารถในการเอาตัวรอดขณะบินเข้าต่อตีกับข้าศึก Tiger ถูกแผนแบบให้ใช้งานอย่างหลากหลาย ในรูปแบบของการบินสนับสนุนภารกิจโจมตีและการยิงคุ้มกันขบวนยานพาหนะ Eurocopter Tiger รุ่นโจมตี ติดตั้งขีปนาวุธต่อต้านรถถัง Trigat หรือ HOT-3 รวมทั้งจรวดต่อต้านยานเกราะและบังเกอร์ นอกจากนี้ยังมีขีปนาวุธอากาศสู่อากาศ Stinger เพื่อจัดการกับเครื่องบินขับไล่ที่มีความเร็วเหนือกว่า Eurocopter Tiger เวอร์ชั่นนี้ไม่ได้ติดตั้งปืนใหญ่อากาศเนื่องจากต้องเฉลี่ยน้ำหนักให้กับจรวดต่อต้านอากาศยาน

ฮ. Tiger รุ่นคุ้มกันหรือ Helicopter Gunships ติดตั้งปืนใหญ่ขนาด 30 มม. พร้อมระบบล็อกเป้าและระบบยิงด้วยไฟฟ้า ขีปนาวุธอากาศสู่พื้น (กระเปาะจรวด) หรือขีปนาวุธต่อต้านอากาศยานแบบอากาศสู่อากาศ Mistral เวอร์ชั่นนี้ มีประจำการอยู่ในกองทัพอากาศของฝรั่งเศส

6 Z-10 (China)
Z-10 เป็นเฮลิคอปเตอร์โจมตีที่มีความทันสมัยของกองทัพมังกร นับเป็นเฮลิคอปเตอร์โจมตีแบบแรกของจีน ที่ได้รับการออกแบบโดยความช่วยเหลือทางเทคนิคมากมายจากค่าย Eurocopter และ Agusta ของฝั่งยุโรป แหล่งข้อมูลทางทหารอ้างว่า การพัฒนาเฮลิคอปเตอร์โจมตีรุ่นนี้ ได้รับความช่วยเหลือจากสำนักออกแบบเฮลิคอปเตอร์คามอฟของรัสเซีย ทำให้เฮลิคอปเตอร์จีนรุ่นใหม่นี้มีความล้ำอนาคตและมีประสิทธิภาพการรบสูงเทียบเท่า ฮ. โจมตีของนาโต้!! โดยเข้าประจำการในกองทัพมังกรเมื่อกว่า 10 ปีก่อน และมีการปรับปรุง พัฒนาระบบอาวุธอย่างต่อเนื่องจวบจนปัจจุบัน เครื่องยนต์ 2 × WZ-9 turboshaft engines กำลัง 2,600 แรงม้า ความเร็วสูงสุด 270 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พิสัยบิน 800 กิโลเมตร

ภารกิจหลักของ ฮ. Z-10 คือการต่อต้านกองกำลังยานเกราะของทหารราบ และการสนับสนุนหลักของการโจมตีที่ต้องการความรวดเร็วและเด็ดขาด นอกจาก Z-10 ยังมีความสามารถในการต่อสู้ทางอากาศ ด้วยการโหลดจรวดต่อต้านอากาศยานแบบอากาศสู่อากาศ เพื่อใช้จัดการกับเครื่องบินขับไล่ของฝ่ายตรงข้าม ในรัศมีที่ไกลมากกว่า 120 กิโลเมตร!

ลำตัวของ Z-10 มีความลาดเอียงลงมาจากด้านข้าง เพื่อลดส่วนตัดขวางของเรดาร์ตรวจจับ เชื่อกันว่า พื้นที่สำคัญทั้งหมดของ Z-10 โดยเฉพาะห้องนักบิน ได้รับการปกป้องโดยแผ่นเกราะที่มีความแข็งแกร่งสูง อาวุธของ Z-10 ประกอบด้วยปืนใหญ่อากาศ ขนาด 30 มม., ขีปนาวุธต่อต้านรถถัง HJ-9 (เทียบได้กับ TOW-2A), ขีปนาวุธต่อต้านรถถัง HJ-10 ที่พัฒนาขึ้นใหม่ (เทียบได้กับ AGM-114 Hellfire) และ TY-90 ขีปนาวุธอากาศสู่อากาศต่อต้านเครื่องบินขับไล่ นอกจากนี้ยังมีการออกแบบให้สามารถติดตั้งกระเปาะจรวดขนาด 12 นัด (สองฝั่ง รวม 24 นัด) เพื่อโจมตีกองกำลังทางภาคพื้นดินได้อีกด้วย

7 Denel AH-2 Rooivalk (South Africa)
แม้จะมีรูปลักษณ์ใหม่ แต่ Rooivalk ก็ใช้เทคโนโลยีหลักของค่าย Aerospetiale ในเฮลิคอปเตอร์แบบ Puma ซึ่งใช้เครื่องยนต์และโรเตอร์แบบเดียวกัน เฮลิคอปเตอร์รุ่นนี้ได้รับการออกแบบให้มีความยืดหยุ่นสูงโดยไม่ต้องมีการสนับสนุนที่ซับซ้อน เครื่องยนต์ 2 × Turbomeca Makila 1K2 turboshaft engines 2,300 แรงม้า ความเร็วสูงสุด 278 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พิสัยบิน 740 กิโลเมตร

ป้อมปืนของ Rooivalk ติดตั้งปืนใหญ่อากาศขนาด 20 มม. มีระบบตรวจจับและติดตามเป้าหมายแบบอัตโนมัติรุ่นใหม่ล่าสุด เฮลิคอปเตอร์โจมตีรุ่นนี้สามารถบรรทุกขีปนาวุธต่อต้านรถถัง ZT-6 Mokopa (คล้ายกับ US Hellfire) นับเป็นหนึ่งในขีปนาวุธนำวิถีต่อต้านรถถังที่ทรงพลังที่สุดในโลก อีกทางเลือกหนึ่งก็คือ เฮลิคอปเตอร์ Denel AH-2 Rooivalk ติดอาวุธของแอฟริกาใต้ลำนี้ สามารถหิ้วขีปนาวุธต่อต้านรถถัง TOW ขนาดเล็กได้มากถึง 16 ลูก นอกจากนี้ยังออกแบบให้ติดตั้งขีปนาวุธอากาศสู่อากาศ และกระเปาะจรวดขนาด 70 มม. เพื่อสนับสนุนการโจมตีทางภาคพื้นดิน การบินลาดตระเวนติดอาวุธหนักในสภาวะสงคราม การยิงสนับสนุนคุ้มกันกองกำลังภาคพื้นดิน

Rooivalk ออกแบบให้ติดตั้งที่นั่งภายนอกลำตัวสองที่ สามารถรับลูกเรือของเฮลิคอปเตอร์ในฝูงบินจู่โจมที่ถูกยิงตก ปัจจุบัน มี Rooivalk เพียง 11 ลำเท่านั้นที่ใช้งานได้เนื่องจากปัญหาด้านเงินทุนของกองทัพ South Africa

8 Agusta A129 Mangusta (Italy)
A129 Mangusta เป็นเฮลิคอปเตอร์โจมตีรุ่นแรกที่ผลิตในยุโรปตะวันตก A129 Mangusta ลำแรก ถูกส่งมอบให้กับกองทัพอิตาลีในปี 1990 การผลิต Mangusta หยุดลงในปี 1992 เนื่องจากปัญหาด้านเงินทุนและการเปลี่ยนแปลงอุปกรณ์ทางทหารสำหรับบินปฏิบัติงาน ต่อมา ฮ. Mangustas ของอิตาลีทั้งหมด ได้รับการอัปเกรดเป็น A129 International เครื่องยนต์ 2 × Rolls-Royce Gem 2-1004D กำลัง 1,600 แรงม้า ความเร็วสูงสุด 279 กิโลเมตร พิสัยบิน 510 กิโลเมตร

Agusta A129 Mangusta เป็นเฮลิคอปเตอร์โจมตีน้ำหนักเบา มีเกราะน้อยกว่าเฮลิคอปเตอร์จู่โจมแบบสองที่นั่ง ใบโรเตอร์ออกแบบให้สามารถทนทานต่อการโดนระดมยิงใส่ บทบาทหลักของ Mangusta คือการต่อต้านรถถัง ด้วยขีปนาวุธต่อต้านรถถัง Hellfire หรือ TOW และขีปนาวุธต่อต้านอากาศยาน Stinger หรือ Mistral บรรทุกจรวดทำลายล้างระยะไกลแบบไร้คนขับ อาวุธประจำตัวคือ ปืนใหญ่อากาศบริเวณใต้จมูก ขนาด 20 มม. ฮ. T-129 ซึ่งเป็นอนุพันธ์ Mangusta ของตุรกี ได้รับการพัฒนาร่วมกับบริษัท AgustaWestland ของอิตาลีและ Turkish Aerospace Industries (TAI) ของตุรกี โดยถูกนำมาใช้ในปี 2013 สำหรับภารกิจการโจมตีและการบินลาดตระเวนระยะใกล้

9 Mil Mi-24 Hind (Russia)
Mi-24 เป็นเฮลิคอปเตอร์จู่โจมที่รู้จักกันแพร่หลายมากที่สุดรุ่นหนึ่งของโลกแห่งอากาศยานปีกหมุนทางทหาร ถูกใช้งานอย่างกว้างขวางในสงครามต่างๆ ห้องนักบินหุ้มเกราะอย่างหนา มีป้อมปืนอัตโนมัติใต้จมูก โดยใช้ปืนใหญ่อากาศสองกระบอกคู่ ขนาด 30 มม. ส่วนอาวุธอื่นๆ ได้แก่ ขีปนาวุธต่อต้านรถถังและกระเปาะจรวดต่อต้านกองกำลังทหารราบ ฐานที่มั่นหรือบังเกอร์ เครื่องยนต์ ไอโซตอฟ ทีวี3-117 จำนวนสองเครื่องยนต์ ให้กำลังเครื่องละ 2,200 แรงม้า ความเร็วสูงสุด 335 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พิสัยบิน 450 กิโลเมตร

Mi-24 ยังเป็น ฮ. ที่มีขีดความสามารถในการลำเลียงพล มันสามารถบรรทุกทหารราบพร้อมอุปกรณ์การรบครบครัน 8 นาย ทำให้ยานรบรุ่นนี้เป็นพาหนะของทหารราบที่บินแบบจู่โจมได้ เนื่องจากความสามารถในการบรรทุกกองกำลังทางทหาร มันจึงถูกใช้ในลักษณะที่แตกต่างจากเฮลิคอปเตอร์โจมตีแบบอื่น

Mil Mi-24 Hind ถูกผลิตขึ้นจำนวนมากสำหรับกองทัพโซเวียตและพันธมิตรของหมีขาว Mil Mi-24 Hind มากกว่า 2,300 ลำถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1970 การผลิตเฮลิคอปเตอร์โจมตีนี้หยุดลงในปี 1991 แม้จะอายุมาก แต่ Mi-24 ก็ยังคงบินปฏิบัติภารกิจทางทหารให้กับกองทัพกว่า 50 ประเทศทั่วโลก คาดว่ายังคงมี Mil Mi-24 Hind อย่างน้อย 1,500 ลำที่ยังใช้งานอยู่ในกองทัพทั่วโลก โดยมีโปรแกรมอัปเกรดสมรรถนะทางการบิน การโหลดอาวุธ และอุปกรณ์ทางการทหารแบบใหม่อีกหลายรายการ

10 S-97 Raider (USA)
RAIDER® เป็นเฮลิคอปเตอร์ต้นแบบทางยุทธวิธีขนาดเบา สามารถบรรทุกทหารได้ 6 นาย พร้อมอาวุธภายนอกลำตัว ซึ่งจะกำหนดนิยามใหม่ของการบินเฮลิคอปเตอร์ในช่วงศตวรรษที่ 21 เครื่องยนต์ 1 × General Electric YT706 กำลังสูงสุด 2,600 แรงม้า (1,900 kW) ความเร็วสูงสุด 440 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พิสัยบิน 570 กิโลเมตร

S97-Raider ใช้เทคโนโลยี X2 ที่ได้รับรางวัล Collier Award ของบริษัท Sikorsky ทำให้ Raider เป็นอากาศยานขึ้น-ลงทางดิ่งที่ควบรวมความก้าวหน้าล่าสุดทางการบิน พร้อมระบบการจัดการที่ก้าวล้ำ เทคโนโลยีเหล่านี้ ทำให้ Raider บินปฏิบัติงานทางทหารด้วยความเร็วสูง ในขณะที่มีประสิทธิภาพการบินโจมตีในย่านความเร็วต่ำ จากความคล่องแคล่วของเฮลิคอปเตอร์แบบโรเตอร์หลัก Raider สามารถเข้าถึงความเร็วได้มากกว่า 220 นอต หรือกว่า 400 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งสูงกว่าเฮลิคอปเตอร์โจมตีทั่วไปเกือบสองเท่า ได้รับการออกแบบมาสำหรับการปฏิบัติการในเขตทะเลทรายหรือภูเขาสูงชัน โดยบินได้ที่ระดับความสูง 10,000 ฟุต ท่ามกลางอุณหภูมิ 95℉

S-97 Raider แสดงให้เห็นว่า Sikorsky X2 Technology สามารถตอบสนองได้เกินกว่าข้อจำกัดหลักของเฮลิคอปเตอร์ลาดตระเวนโจมตีที่จะถูกนำมาใช้งานอนาคตของกองทัพสหรัฐฯ (FARA) นอกเหนือจากการรับใช้กองทัพบกสหรัฐฯ และหน่วยปฏิบัติการพิเศษ เฮลิคอปเตอร์ S-97 Raider ยังสามารถแผนแบบให้ใช้กับกองทัพอากาศ กองทัพเรือ และหน่วยนาวิกโยธินของสหรัฐฯ เทคโนโลยี X2 ที่เป็นหัวใจสำคัญของเฮลิคอปเตอร์ Raider สามารถปรับขนาดให้เข้ากับภารกิจทางทหารที่มีความหลากหลาย เช่น การโจมตีฐานที่มั่นของฝ่ายตรงข้าม บินลาดตระเวนติดอาวุธ สนับสนุนการรบทางอากาศ การค้นหา ช่วยเหลือและกู้ภัยในพื้นที่ยากลำบาก โครงการพัฒนาเฮลิคอปเตอร์ S-97 Raider ได้รับเงินสนับสนุนทั้งหมดจากบริษัท Sikorsky และ Lockheed Martin ของสหรัฐอเมริกา.

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail [email protected]
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom

https://www.thairath.co.th/news/auto/news/2050484