“มอนติโวรี่”ลุย Digital Commerce อาเซียนเต็มกำลัง

เรื่องที่น่าสนใจล่าสุด

Montivory มั่นใจ โตได้ระดับ Regional ดึง Global Tech Enterprise ร่วมทีม เดินหน้ารุกตลาด Digital Commerce อาเซียนเต็มกำลัง

สุปรีย์ ทองเพชร CEO มอนติโวรี่ บริษัทที่ปรึกษาด้านปรับเปลี่ยนองค์กรไปสู่ความเป็นดิจิทัล หรือ Digital Transformation เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลากว่า 4 ปี ทีมมอนติโวรี่ทำงานอย่างหนัก เพื่อดูแลลูกค้าในอุตสาหกรรมต่างๆ มากมาย ทั้งกลุ่มผู้ให้บริการโทรคมนาคม, ธุรกิจการดูแลสุขภาพ, พลังงาน, ยานยนต์, ธุรกิจประกันภัย รวมถึงกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค (FMCG) บริษัทได้สะสมประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการใช้เทคโนโลยีพัฒนา Data to Commerce ที่สามารถตอบโจทย์ลูกค้า และให้ผลลัพธ์ทางธุรกิจที่น่าพอใจ

โดยมีจุดแข็งอยู่ที่ “เทคโนโลยี” ซึ่งครอบคลุมการทำงานทั้ง Ecosystem ไม่ว่าด้าน Data, Social Media หรือ E-Commerce ซึ่งมีเครื่องมือที่น่าสนใจ เช่น

Adobe Real-Time CDP : เทคโนโลยีการจัดการข้อมูลขั้นสูง ถูกยอมรับว่าเป็นเครื่องมือที่ดีที่สุดในโลก เนื่องจากมีความสามารถในการเก็บรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลที่มาจากช่องทางต่างๆ เช่น เว็บไซต์ แอปพลิเคชัน ระบบ Customer Service ได้แบบ 360 องศาทั้งออนไลน์และออฟไลน์ สามารถนำมาใช้ได้แบบเรียลไทม์

Emplifi : Social Marketing and Commerce Cloud ที่ผนวกความสามารถด้าน Social Listening, การจัดการ Content, Customer Care, การตลาด และการขาย เข้าไว้ด้วยกัน สามารถทำงานได้อย่างหลากหลาย ตั้งแต่การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกใน Social Media, การติดตามดูแลและสื่อสารกับลูกค้า, Community Management, Social Commerce และมีฟีเจอร์ ShopStream ที่สามารถสร้าง Live Video Shopping โดยตรงกับลูกค้า

Commercetools : เครื่องมือจัดการ E-Commerce ที่มีระบบการให้บริการต่าง ๆ แบบ API-First Approach เช่น การจัดกลุ่มลูกค้า, ป้ายราคา, ตะกร้าสินค้า, ระบบ Online Payment, ระบบ Multi Currency และ Muti Language ไว้อย่างครบวงจร โดย CommerceTools เป็นเทคโนโลยี Digital Experience Platform (DXP) ที่ใช้สถาปัตยกรรม Headless-Commerce ในการออกแบบ ทำให้สามารถเชื่อมต่อหรือทำงานร่วมกับระบบอื่นๆ ได้แบบเรียลไทม์โดยผ่าน API ขณะที่บริการต่างๆ อยู่ในรูปของ Micro Service ที่มีความเป็นอิสระจากกันและทำงานอยู่บนระบบคลาวน์ จึงทำให้สามารถรับประกันเรื่องปัญหาระบบล่มได้ถึง 99.99%

 

นอกจากนี้ยังมี “ทีมงาน” ผู้เชี่ยวชาญครอบคลุมตั้งแต่ ทีมที่ปรึกษาธุรกิจ, นักพฤติกรรมศาสตร์, นักพัฒนาไอที, ผู้จัดการโครงการ, ผู้เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์และจัดการข้อมูล, ทีมครีเอทีฟและคอนเทนต์ การรันตีความเชี่ยวชาญของทุกคน ด้วยการได้รับ Certification จากเจ้าของแพลตฟอร์มที่แต่ละคนรับผิดชอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แพลตฟอร์ม Adobe ที่ได้รับการรับรองรวมถึง 59 Certification

“Core Value ของ มอนติโวรี่ คือ เรื่องของ คน เพราะเราเชื่อเสมอว่า บุคลากรคือหัวใจสำคัญที่จะขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน Tools เรามีเงิน เราเปลี่ยนใหม่ได้ตลอดเวลา แต่เราใช้เงินซื้อประสบการณ์ ซื้อ Know How ซื้อวุฒิภาวะ ซื้อ Emotional ไม่ได้ เราลงทุนกับเรื่องของ Operation Service ให้ความสำคัญกับเรื่องของ Certification มาก เพราะมันแสดงให้เห็นว่าเราเชี่ยวชาญด้านนี้จริงๆ และนี่คือสิ่งที่ทำให้เราแตกต่าง”

อย่างไรก็ตาม ในวันที่โลกกำลังถูก Digital Disruption อย่างรุนแรง โลกหลังยุคโควิด-19 ทวีความรุนแรงมากยิ่งๆ ขึ้นไป โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมค้าปลีกที่ผู้คนต่างเปลี่ยนพฤติกรรมไปช้อปปิ้งออนไลน์ หลายกลุ่มธุรกิจต้องปรับตัวสู่ Digital Commerce เพื่อให้ทันต่อกระแสความเปลี่ยนแปลง

ประกอบกับรายงานการวิจัยเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งจัดทำโดย Google, Temasek และ Bain & Company ที่ชี้ให้เห็นว่า ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กำลังก้าวเข้าสู่ “ทศวรรษแห่งดิจิทัล” จากจำนวนผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตที่มีมากกว่า 440 ล้านคน โดยเป็นผู้บริโภคบนแพลตฟอร์มดิจิทัลถึงกว่า 350 ล้านคน ทำให้คาดว่ามูลค่าเศรษฐกิจดิจิทัลในภูมิภาคนี้จะเติบโตได้ถึง 1.1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 41 ล้านล้านบาท ภายในปี 2573 ขณะที่ประเทศไทยจะเติบโตได้ถึง 5.7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 2.2 ล้านล้านบาท ภายในปี 2568

“ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประเทศไทย เวียดนาม ประเทศต่างๆ รอบบ้านเราเป็นประเทศที่ใช้เทคโนโลยีมากที่สุดเป็นอันดับที่ 40 ขึ้นไปของโลก เรายังมีโอกาสที่จะเติบโตได้อีก เนื่องจากองค์ความรู้ในระดับภูมิภาคยังไม่ได้สูงมากนัก เรามองว่าสถานการณ์ดังกล่าวค่อนข้างเป็นบวกต่อการทำงานของเรา”

แนวโน้มดังกล่าวเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าตั้งแต่นี้ไปธุรกิจแบบ B2B B2C และ E-Commerce กำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ D2C หรือ Direct-to-Consumer Commerce และกลายเป็นสมรภูมิการค้าที่สำคัญของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวมถึงประเทศไทย และเป็นปัจจัยผลักดันให้องค์กรไม่ว่าในระดับ SMEs หรือบริษัทขนาดใหญ่ ต้องเร่งนำธุรกิจไปสู่ความเป็นดิจิทัลที่สมบูรณ์ ทำให้ในอนาคตจะยังคงมีแนวโน้มเกิดการแข่งขันทางเทคโนโลยีขององค์กรต่างๆ ค่อนข้างสูง

 

ล่าสุด มอนติโวรี่ ประกาศความร่วมมือกับ Tech Enterprise ชั้นนำระดับโลกอย่าง Adobe, Commercetools, Emplifi, Digimind และ Braze เสริมความแข็งแกร่งด้านเทคโนโลยี เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตไปอีกขั้น พร้อมเดินหน้าขยายฐานการตลาดสู่ภูมิภาคอาเซียนเต็มกำลัง

“บริษัทได้เตรียมความพร้อมของทีมงาน เพื่อขยายธุรกิจไปยังประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค ทั้งในรูปแบบการเป็นผู้ให้คำปรึกษาและบริการทางเทคโนโลยีกับองค์ธุรกิจในท้องถิ่น รวมถึงการร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจในประเทศไทยขยายการลงทุน D2C Commerce ไปยังประเทศเหล่านั้น”

แน่นอนว่า การได้ Tech Enterprise ชั้นนำระดับโลกมาร่วมเป็นพันธมิตรในการทำงาน จะทำให้ มอนติโวรี่ มีความพร้อมทั้งในแง่ของบุคลากรและเทคโนโลยี รวมทั้งมีทางเลือกในการจัดหาเครื่องมือที่ดีและเหมาะสมที่สุดสำหรับลูกค้าแต่ละองค์ ขนาดที่เรียกได้ว่าเป็นจุดแข็งสำคัญที่จะทำให้ มอลติไวรี่ สามารถไปโลดแล่นในระดับภูมิภาคได้สบายๆ

ปัจจุบัน มอนติโวรี่ ขยายธุรกิจไปยังประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค ทั้งในรูปแบบการเป็นผู้ให้คำปรึกษาและบริการทางเทคโนโลยีกับองค์ธุรกิจในท้องถิ่น และการร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจในประเทศไทย ขยายการลงทุน D2C Commerce ไปแล้วใน 6 ประเทศ ได้แก่ ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย สิงคโปร์ เมียนมาร์ ลาว และกัมพูชา ตั้งเป้าว่าจะสามารถกวาดรายได้ 800 ล้านบาท ภายใน 3 ปี

“ผมมั่นใจว่า เมื่อคนคุณภาพถูก Match เข้ากับ Tools ที่ดี เป้าหมายที่ มอนติโวรี่ จะ Go Regional ทำได้ไม่ยาก” สุปรีย์ กล่าว.