THAI เผยงวด 9 เดือน ขาดทุนสุทธิ 1.12 หมื่นล้านบาท ลดลง 122%

เรื่องที่น่าสนใจล่าสุด

THAI เผยงวด 9 เดือน ขาดทุนสุทธิ 1.12 หมื่นล้านบาท ลดลง 122% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะที่ไตรมาส 3 ปี 65 พลิกขาดทุน 4.78 พันล้านบาท ลดลง 111% รับขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน – การด้อยค่าของสินทรัพย์

บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI แจ้งผลประกอบการ (รวมบริษัทย่อย) งวด 9 เดือน และ ไตรมาส 3 ปี 2565 โดยงวด 9 เดือน มีขาดทุนสุทธิ 1.12 หมื่นล้านบาท ลดลง 122% ขณะที่ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 65 มีผลขาดทุน 4,785 ล้านบาท ลดลง 111% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิ 39,996 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ จากการตีมูลค่าทางบัญชี เนื่องจากการอ่อนค่าของเงินบาท และผลขาดทุนจากด้อยค่าของสินทรัพย์ ถึงแม้จะมีกำไรจากการปรับโครงสร้างหนี้ และกำไรจากการขายสินทรัพย์ในงวดดังกล่าว

ทั้งนี้ มีรายได้รวมทั้งสิ้น 32,860 ล้านบาท เติบโต 582.2% จากปีก่อนที่อยู่ระดับ 28,043 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักเกิดจากรายได้จากการขนส่งผู้โดยสารและสินค้าเพิ่มขึ้น 27,656 ล้านบาท หรือ 855.2% จากการที่บริษัทกลับมาเปิดเส้นทางบินในภูมิภาคต่างๆ มากขึ้น ทั้งในยุโรป,เอเชีย และออสเตรเลีย พร้อมทั้งยังมีการเพิ่มความถี่ของเที่ยวบินมากขึ้น โดยมีอัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสาร (CabinFactor) เฉลี่ยอยู่ที่ 77% ประกอบกับมีรายได้จากการบริการอื่นๆ เพิ่มขึ้น 378 ล้านบาท จากเที่ยวบินลูกค้าที่เพิ่มขึ้น

ขณะที่บริษัทมีกำไรจากการดำเนินงานก่อนต้นทุนทางการเงิน 3,920 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 173.8% จากปีก่อนที่อยู่ระดับ 9,230 ล้านบาท นับเป็นไตรมาสแรกตั้งแต่มีสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่บริษัทกลับมามีผลกำไรจากการดำเนินงาน และมีค่าใช้จ่ายรวมทั้งสิ้น 28,940 ล้านบาท สูงกว่าปีก่อน 18,813 ล้านบาท เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายดำเนินงานที่แปรผันตามปริมาณการผลิต และปริมาณการขนส่งที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งค่าน้ำมันเครื่องบินที่เพิ่มสูงขึ้นมาก จากราคาน้ำมันที่สูงกว่าปีก่อนถึง 80.3%

ส่วนด้านผลประกอบการงวด 9 เดือนของปี 65 บริษัทมีผลขาดทุนรวม 11,252 ล้านบาท หรือลดลง 122% เมื่อเปรียบเทียบกับงวด 9 เดือนของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 51,121 ล้านบาท โดยบริษัท และบริษัทย่อยมีรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว ส่วนใหญ่เกิดจากขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ และผลขาดทุนจากด้อยค่าของสินทรัพย์ ถึงแม้จะมีกําไรจากการปรับโครงสร้างหนี้,การปรับโครงสร้างองค์กร และโครงสร้างค่าตอบแทนบุคลากร รวมถึงกำไรจากการขายเงินลงทุน และทรัพย์สิน

อย่างไรก็ตามรายได้รวมช่วง 9 เดือนของปี 65 (ไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว) มีจำนวน 65,567 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 50,730 ล้านบาท หรือ 341.9% ซึ่งมีสาเหตุหลักเกิดจากรายได้จากกิจการขนส่งเพิ่มขึ้น 51,426 ล้านบาท และมีรายได้จากค่าโดยสาร และน้ำหนักส่วนเกินเพิ่มขึ้น 1,573.7% จากปริมาณการขนส่งผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น ถึงแม้จะมีรายได้จากผู้โดยสารเฉลี่ยต่อหน่วยต่ำกว่าปีก่อน เนื่องจากปีก่อนส่วนใหญ่เป็นเที่ยวบินพิเศษ